053 221 413 moe15.devedu@gmail.com จันทร์–ศุกร์ 08:30–16:30 น.

นวัตกรรมบริหารการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันและความสามารถ ด้าน EQ โดยใช้ STEP Y MODEL

นวัตกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง และเสริมความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา ศธจ.เชียงใหม่ 15 กันยายน 2569 25 ครั้ง

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

นวัตกรรมบริหารการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันและความสามารถ ด้าน EQ โดยใช้ STEP Y MODEL
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง และเสริมความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา
ประเภทนวัตกรรม
ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.เชียงใหม่
ระดับการศึกษา
ประถมศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้
บูรณาการหลายกลุ่มสาระ

วิดีโอ YouTube

1 คลิป
นวัตกรรมบริหารการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันและความสามารถ ด้าน EQ โดยใช้ STEP Y MODEL

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
บ้านแม่ขิ
สังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สพป.เชียงใหม่ เขต ๓

ผู้พัฒนา

ผู้พัฒนาหลัก
นาย กรกช วัฒน์วิริยะ
ตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ขิ
โทรศัพท์
0989681664
E-mail
watwiriya.sp@gmail.com

ผลการดำเนินงานและเนื้อหา

ผลการดำเนินงาน
๑. ผลการประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของนักเรียนชั้น ป.๑-๖ ทั้ง ๕ ด้านมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = ๔.๕๘, S.D. = ๐.๔๒) นักเรียนมีทักษะการควบคุมอารมณ์มีทัศนคติเชิงบวกและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในการปฏิเสธพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างเข้มแข็ง ๒. ผลการสังเกตพฤติกรรมภูมิคุ้มกันทางสังคมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พบว่า นักเรียนพฤติกรรมภูมิคุ้มกันทางสังคม อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = ๔.๖๑, S.D. = ๐.๔๐) โดยประเด็นการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงและสารเสพติดมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (ค่าเฉลี่ย = ๔.๗๐) ๓. ผลการดำเนินกิจกรรมสัมมาอาชีพ ๔ ฐาน (เกษตรอินทรีย์, เลี้ยงไก่เนื้อ, อาหารคาว-หวาน, ประดิษฐ์ใบตอง) พบว่า นักเรียนมีทักษะปฏิบัติจริงและทักษะชีวิตอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = ๔.๖๒, S.D. = ๐.๓๘) ส่งผลให้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๐๘ ๔. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่า ๑.ด้านบริหารจัดการ มีกระบวนการนิเทศเชิงกัลยาณมิตรและเปลี่ยนเป้าหมายจากการแก้ไขปัญหาเป็นการสร้างเกราะป้องกันเชิงรุก ทำให้เกิดโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนในรูปแบบ “ทีมนำ ทีมทำ และทีมประสาน” ๒. ด้านการเปลี่ยนแปลงของนักเรียน ผู้ปกครองสังเกตว่า บุตรหลานมีความรับผิดชอบมากขึ้น ใช้เวลาว่างในวันหยุดปลูกผักและ ออมเงิน มีสัมมาคารวะต่อผู้นำชุมชน ๓. ความพึงพอใจภาพรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานนวัตกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด และโรงเรียนได้รับการรับรองประกันคุณภาพภายนอกจาก สมศ. (พ.ศ. ๒๕๖๙-๒๕๗๓) พร้อมรางวัลสถานศึกษาสีขาว เสมา ป.ป.ส. ระดับเพชร ประจำปี ๒๕๖๗ ๕. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการประเมินระดับชาติ พบว่า • ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มสาระฯ (ระดับดีขึ้นไป / เกรด ๓ ขึ้นไป) คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๑๘ (รวมผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๑๐๐) • ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ระดับดีเยี่ยม ร้อยละ ๖๑.๐๑, ระดับดีร้อยละ ๒๘.๒๕, ระดับผ่าน ร้อยละ ๑๐.๗๔ (รวมผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๑๐๐) • ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับดีเยี่ยม ร้อยละ ๕๓.๑๐, ระดับดี ร้อยละ ๓๘.๔๑, ระดับผ่าน ร้อยละ ๘.๔๙ (รวมผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๑๐๐) • ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (NT) ชั้น ป.๓ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๖๔.๗๕ (สูงกว่าระดับประเทศ) • ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้น ป.๖ คะแนนเฉลี่ยรวม ๔ กลุ่มสาระฯ เท่ากับ ๔๐.๑๐ (สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ)
กลุ่มเป้าหมาย
ป.1-6
ระยะเวลาดำเนินงาน
1ปีงบประมาณ
อ้างอิง / เอกสารที่เกี่ยวข้อง
https://youtu.be/q2QIpWhRihw

การนำไปใช้ประโยชน์

การนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นแนวทางในการพัฒนาสถานศึกษาอื่นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ ๑ การเผยแพร่ผ่านช่องทางประชุมสัมมนาและภาคีเครือข่าย ๒ การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัลและสื่อสิ่งพิมพ์ โรงเรียนการเผยแพร่นวัตกรรมทั้งภายในโดยการจัดบูทไว้ให้คณะครู นักเรียน และผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานจากภายนอกได้ดูรูปแบบของนวัตกรรม STEP Y MODEL การยอมรับแลกเปลี่ยนแและการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผลสัมฤทธิ์ที่ประจักษ์ชัดส่งผลให้โรงเรียนบ้านแม่ขิได้รับการยอมรับจากสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเข้าศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการสถานศึกษา
การขยายผล
การขยายผลและเผยแพร่ผลการพัฒนากิจกรรมต่างๆ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ วารสารประชาสัมพันธ์และเครือข่ายสารสนเทศของโรงเรียนและ ของ สพป.เชียงใหม่ ๓
การต่อยอด
๔.๑ การเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรนักเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนแกนนำทั้ง ๔ ฝ่าย มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และภารกิจอย่างถ่องแท้ เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์กิจกรรมห้องเรียนสีขาวอย่างเป็นรูปธรรมและจริงจัง อันจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการดูแลช่วยเหลือกันในกลุ่มผู้เรียน ๔.๒ การยกระดับบทบาทบุคลากรทางการศึกษา ส่งเสริมให้คณะครูเป็นผู้มีทัศนคติเชิงบวก (Positive Attitude) และมีจิตวิทยาในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน พร้อมอุทิศตนเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรอบด้านอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เรียน ๔.๓ การเพิ่มพูนทักษะสัมมาอาชีพและทักษะชีวิต มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมเชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะสัมมาอาชีพให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้เกิดความชำนาญและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๔.๔ การพัฒนาระบบบริหารจัดการเชิงบูรณาการ ฝ่ายบริหารมุ่งมั่นพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้กลไกการกำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของบุคลากรในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อเป้าหมายร่วมกัน ๔.๕ การสร้างความร่วมมือกับภาคครัวเรือน แสวงหาความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครองในการประสานข้อมูลและเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงของผู้เรียน โดยมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครองเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างทั่วถึง ๔.๖ การบูรณาการภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อขอรับการสนับสนุนเชิงทรัพยากรและองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติ ๔.๗ การขยายผลสู่เครือข่ายสถานศึกษาแห่งการเรียนรู้ สร้างความร่วมมือกับโรงเรียนเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาวให้เป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น
การประยุกต์ใช้
๕.๑ การบูรณาการบริบทเชิงพื้นที่สู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน (Contextualized Integration) นวัตกรรมได้รับการออกแบบโดยวิเคราะห์จากสภาวะจริงของสถานศึกษา (Area-based) ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายด้านพหุวัฒนธรรม ภาวะครอบครัวเปราะบาง (Incomplete Family) และปัจจัยเสี่ยงทางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้เรียน นวัตกรรมนี้จึงมีความจำเพาะเจาะจงในการสร้าง "ภูมิคุ้มกันเชิงพื้นที่" ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและปัญหาการเลียนแบบพฤติกรรมในชุมชนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ๕.๒ รูปแบบการพัฒนาเชิงระบบที่มีความต่อเนื่อง (Systemic & Continuous Development) นวัตกรรมบริหารการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันและความสามารถด้าน EQ โดยใช้ STEP Y MODEL ผ่านกระบวนการบริหารงานคุณภาพ PDCA ส่งผลให้การดำเนินงานมีความเป็นระบบและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเปลี่ยนจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การสร้าง "กลไกป้องกันเชิงรุก" ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะชีวิต (Life Skills) ให้ผู้เรียนมีความเข้มแข็งในการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงและอบายมุขทุกรูปแบบ ๕.๓ การน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ (Application of King’s Philosophy) นวัตกรรมนี้ประยุกต์ใช้หลักการทรงงาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" และการแก้ปัญหาจากจุดเล็ก ๆ โดยเริ่มจากการจัดทำระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลอย่างละเอียด นำไปสู่การออกแบบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และคุณธรรม ตามแนวนโยบายในการสร้างเยาวชนให้เป็น "คนเก่ง คนดี และมีความสุข" ๕.๔ การสร้างพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง (Proactive Safety Space) มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ โดยใช้ "กิจกรรมเชิงบวก" เป็นเครื่องมือในการดึงผู้เรียนออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดอัตราการออกกลางคัน และเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นอย่างมีคุณภาพ ๕.๕ การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติที่เห็นผลเป็นรูปธรรม (Policy Alignment & Compliance) นวัตกรรมนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่สอดรับกับนโยบายความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับผู้ปกครองและชุมชนในการร่วมพัฒนาบุตรหลานให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ผลกระทบและการถอดบทเรียน

ผลของการยกระดับคุณภาพ
ผลของการยกระดับคุณภาพการศึกษา สรุปผลสัมฤทธิ์ จากการดำเนินงานภายใต้รูปแบบ STEP Y MODEL โรงเรียนบ้านแม่ขิพัฒนาผู้เรียนให้เป็น "คนดี คนเก่ง และมีความสุข" ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับ ดี ขึ้นไป ร้อยละ ๘๔.๑๘/ผลสอบ RT, NT สูงขึ้น /มีผลสอบ O-net ประจำปี ๒๕๖๘ ค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ และนักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ ดีเยี่ยม มีภูมิคุ้มกันตัวมีทักษะด้านอารมณ์ (EQ) และมีทักษะอาชีพพร้อมเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และยั่งยืนต่อไป
การถอดบทเรียน
บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) ๑ การรับรู้และการมีส่วนร่วม ๒ การบูรณาการคุณธรรมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๓ นักเรียนทำได้ตามศักยภาพ ๔ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ๕ การพัฒนาครูและพัฒนานักเรียนแกนนำ ๖ การให้ความร่วมมือกับเครือข่าย
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การยอมรับแลกเปลี่ยนแและการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผลสัมฤทธิ์ที่ประจักษ์ชัดส่งผลให้โรงเรียนบ้านแม่ขิได้รับการยอมรับจากสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในฐานะสถานศึกษาต้นแบบ โดยมีการเข้าศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว นอกจากนี้ คณะครูและบุคลากรยังได้รับเกียรติเชิญเป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จของนวัตกรรมในเวทีต่าง ๆ

ปัญหาและอุปสรรค

ด้านการดำเนินงาน — ปัญหา
ครูขาดการติดตามนักเรียนบางช่วง
ด้านการดำเนินงาน — อุปสรรค
ครูภาระงานมา อาจติดตามนักเรียนไม่ทั่วถึง แต่สามารถแก้และติดตามได้
ด้านงบประมาณ — ปัญหา
การดำเนินงานงบประมาณน้อย
ด้านงบประมาณ — อุปสรรค
งบประมาณน้อยจึง หางบประมาณเพิ่มให้เพียงพอและสามารถดำเนินงานให้บรรลุวัตถประสงค์

ปัจจัยความสำเร็จและประโยชน์สาธารณะ

ปัจจัยความสำเร็จ
๖.๑ กำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน โรงเรียนได้กำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินงานมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นกระบวบการ ๖.๒ บทบาทผู้บริหาร ผู้บริหารโรงเรียน ตระหนักและเห็นความสำคัญในการพัฒนาวินัย เป็นผู้นำในการขับเคลื่อน กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาและปรับเปลี่ยน เป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมสนับสนุน สร้างขวัญและกำลังใจให้คำปรึกษากับคณะครูและนักเรียนในการ ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ๖.๓ มีครูแกนนำและนักเรียนแกนนำ ครูแกนนำและนักเรียนแกนนำที่เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ แล้วนำมาขยายผลให้กับเพื่อนในโรงเรียนเข้าใจ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญและเป็นทีม หลักในการปฏิบัติงานของโรงเรียนให้ขับเคลื่อน ไปสู่เป้าหมาย ๖.๔ การนิเทศจากหน่วยงาน ผู้นิเทศจากสำนักงานเขตพื้นที่ได้มานิเทศติดตามแบบกัลยาณมิตร คอยให้คำปรึกษาข้อแนะนำ ชี้แนะแนวทางที่เป็นประโยชน์แก่โรงเรียนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาวินัยชัดเจนยิ่งขึ้น สร้างขวัญและกำลังใจให้กับโรงเรียน คณะครู ในการสร้างสรรค์พัฒนา กระบวนการกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาวินัยแก่ นักเรียนให้สามารถบรรลุเป้าหมายของคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อันนำไปสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีอย่างยั่งยืน ๖.๕ ความร่วมมือของกลุ่มบุคคล การพัฒนาวินัยของนักเรียน ต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลหลายฝ่ายทั้ง ในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ที่ตระหนักและเห็นความสำคัญ จึงให้ความร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการมีวินัยจึงนำไปสู่การปรับเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์มากขึ้น
ประโยชน์สาธารณะที่ได้รับ
การให้ความร่วมมือกับเครือข่าย ทำให้เกิดการร่วมมือ การสร้างเครือข่ายการส่งเสริม ปลูกฝังและพัฒนานักเรียนของ โรงเรียนบ้านแม่ขิให้เป็นคนดี เก่ง มีความสุข มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะด้านอารมณ์ และเสริมความร่วมมือกับชุมชน ท้องถิ่นที่ยั่งยืน

การอ้างอิงผลงานนี้

คัดลอกได้เลย
APA 7th Edition (ปรับสำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์)
ลิงก์โดยตรง

ผลงานที่เกี่ยวข้อง

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทวิ/พหุภาษา โดยใช้ภาษาลาหู่เป็นฐาน ผ่านสื่อTPR และหนังสือรูปภาพในการจัดการเรียนรู้
ศธจ.เชียงใหม่ · นงค์นุช จันทร์สัย
การพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้านการทิ้งขยะและการรักษาความสะอาดในห้องเรียนโดยใช้นวัตกรรม CARE Model ร่วมกับวงจร PDCA
ศธจ.ลำปาง · สุทธีราพันธ์ รอดจากเข็ญ
MISSION EF BOARD : คิด–ทำ–ตรวจ–แก้ สู่การกำกับตนเองของเด็กปฐมวัย
ศธจ.เชียงใหม่ · บุณยาพร ต่างใจ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแนวคิด STEAM เรื่อง อาหารและระบบร่างกาย เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ศธจ.ลำพูน · วาสนา เหลืองอ่อน

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!