053 221 413 moe15.devedu@gmail.com จันทร์–ศุกร์ 08:30–16:30 น.

การพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้านการทิ้งขยะและการรักษาความสะอาดในห้องเรียนโดยใช้นวัตกรรม CARE Model ร่วมกับวงจร PDCA

นวัตกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง และเสริมความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา ศธจ.ลำปาง 15 กันยายน 2569 29 ครั้ง

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

การพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้านการทิ้งขยะและการรักษาความสะอาดในห้องเรียนโดยใช้นวัตกรรม CARE Model ร่วมกับวงจร PDCA
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง และเสริมความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา
ประเภทนวัตกรรม
ด้านเทคนิคการสอน
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.ลำปาง
ระดับการศึกษา
ประถมศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้
บูรณาการหลายกลุ่มสาระ

วิดีโอ YouTube

1 คลิป
การพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้านการทิ้งขยะและการรักษาความสะอาดในห้องเรียนโดยใช้นวัตกรรม CARE Model ร่วมกับวงจร PDCA

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
โรงเรียนชุมชนวัดพระธาตุลำปางหลวง
สังกัด
สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สพป.ลำปาง เขต2

ผู้พัฒนา

ผู้พัฒนาหลัก
นางสาว สุทธีราพันธ์ รอดจากเข็ญ
ตำแหน่ง
ครูชำนาญการ
โทรศัพท์
0933038468
E-mail
sutteerapan.2539@gmail.com

ผลการดำเนินงานและเนื้อหา

ผลการดำเนินงาน
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้ CARE Model ร่วมกับวงจร PDCA เพื่อพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 คน สรุปได้ว่า ก่อนดำเนินการนักเรียนมีคะแนนพฤติกรรมความรับผิดชอบเฉลี่ย 5.25 คะแนน หรือร้อยละ 52.50 ซึ่งอยู่ในระดับควรพัฒนา ภายหลังการดำเนินงาน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 9.35 คะแนน หรือร้อยละ 93.50 อยู่ในระดับดีเยี่ยม เพิ่มขึ้น 4.10 คะแนน หรือ 41.00 จุดร้อยละ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าพฤติกรรมทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การทิ้งขยะอย่างรับผิดชอบ การดูแลความสะอาด การดูแลพื้นที่ส่วนตัว ความรับผิดชอบต่อหน้าที่เวร และจิตสาธารณะ มีคะแนนสูงขึ้นทุกด้าน นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 90 มีจำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ผู้วิจัยกำหนดไว้ที่ร้อยละ 90 ดังนั้น จากข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่า CARE Model ร่วมกับวงจร PDCA มีแนวโน้มช่วยส่งเสริมพฤติกรรมความรับผิดชอบของนักเรียนให้สูงขึ้น ทั้งในด้านการดูแลตนเอง การรับผิดชอบต่อหน้าที่ และการดูแลส่วนรวม  
กลุ่มเป้าหมาย
ป.1
ระยะเวลาดำเนินงาน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
อ้างอิง / เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). มาตรฐานและตัวชี้วัดโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). แนวทางการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคุณธรรม 12 ประการ ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2569. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). การประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2569). สพฐ. มุ่งสร้างความเข้มแข็งการส่งเสริมคุณธรรมโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค. สุวิมล ว่องวาณิช. (2557). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. พิสณุ ฟองศรี. (2553). การวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์. รัตนะ บัวสนธ์. (2562). วิจัยและพัฒนาการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บรรณานุกรม ภาษาอังกฤษ Deming, W. E. (1986). Out of the Crisis. Cambridge, MA: Massachusetts Institute of Technology, Center for Advanced Engineering Study. Dewey, J. (1938). Experience and Education. New York: Macmillan. Kolb, D. A. (1984). Experiential Learning: Experience as the Source of Learning and Development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall. Lickona, T. (1991). Educating for Character: How Our Schools Can Teach Respect and Responsibility. New York: Bantam Books. Skinner, B. F. (1953). Science and Human Behavior. New York: Macmillan. แหล่งข้อมูลออนไลน์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. สืบค้นจากเว็บไซต์โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). แนวทางการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคุณธรรม 12 ประการ. สืบค้นจากเว็บไซต์โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2569). การส่งเสริมคุณธรรมในสถานศึกษา. สืบค้นจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

การนำไปใช้ประโยชน์

การนำไปใช้ประโยชน์
สามารถนำ CARE Model ร่วมกับ PDCA ไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนผ่านกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะการทิ้งขยะ การรักษาความสะอาด การดูแลพื้นที่ส่วนตัว การปฏิบัติหน้าที่เวร และการดูแลส่วนรวม ทั้งนี้ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
การขยายผล
สามารถขยายจากห้องเรียน ป.1 ไปสู่ ห้องเรียนอื่น ระดับชั้นอื่น หลายห้องเรียน หรือหลายโรงเรียน เพื่อศึกษาความเหมาะสมของ CARE Model ในบริบทที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้วิจัยเสนอไว้โดยตรง
การต่อยอด
ต่อยอดจากการพัฒนาความสะอาดไปสู่การพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียน ได้แก่ ความรับผิดชอบ วินัย จิตสาธารณะ การรู้หน้าที่ และการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม โดยนำ CARE Model ไปบูรณาการกับกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมโรงเรียนคุณธรรม และการจัดการเรียนรู้
การประยุกต์ใช้
ประยุกต์ใช้ CARE Model กับคุณธรรมด้านอื่นได้ โดยใช้หลัก C–A–R–E เป็นกรอบในการสร้างความตระหนัก การมีส่วนร่วม การฝึกเป็นกิจวัตร และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพฤติกรรมที่ดี รวมทั้งใช้ PDCA ในการติดตามและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบและการถอดบทเรียน

ผลของการยกระดับคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่าคะแนนพฤติกรรมความรับผิดชอบเพิ่มจาก ร้อยละ 52.50 เป็น 93.50 เพิ่มขึ้น 41.00 จุดร้อยละ และนักเรียนทั้ง 20 คน หรือ ร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 90 นอกจากนี้พฤติกรรมทั้ง 5 ด้านพัฒนาขึ้นทั้งหมด
การถอดบทเรียน
1) การพัฒนาคุณธรรมเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวได้ 2) การฝึกซ้ำอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างนิสัย 3) การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ 4) การประเมินควรใช้พฤติกรรมที่สังเกตได้จริง และ 5) ความสะอาดเป็นเครื่องมือ แต่ความรับผิดชอบเป็นเป้าหมาย
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สามารถใช้ผลงานและหลักฐานเชิงประจักษ์จาก CARE Model เป็นสื่อสำหรับ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ภายในสถานศึกษา และนำแนวทางไปแลกเปลี่ยนกับครูหรือห้องเรียนอื่น เพื่อร่วมกันพัฒนาการจัดกิจกรรมด้านคุณธรรม

ปัญหาและอุปสรรค

ด้านการดำเนินงาน — ปัญหา
จากสภาพปัญหาเดิม นักเรียนบางส่วน ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ไม่ดูแลพื้นที่ของตนเอง ปฏิบัติหน้าที่เวรไม่ต่อเนื่อง และรอการสั่งหรือเตือนจากครู จึงจำเป็นต้องใช้การฝึกซ้ำ การติดตาม และการเสริมแรงอย่างต่อเนื่อง
ด้านการดำเนินงาน — อุปสรรค
-
ด้านงบประมาณ — ปัญหา
-
ด้านงบประมาณ — อุปสรรค
-

ปัจจัยความสำเร็จและประโยชน์สาธารณะ

ปัจจัยความสำเร็จ
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การใช้ CARE Model อย่างเป็นระบบ การดำเนินงานตาม PDCA ความต่อเนื่องของการฝึกปฏิบัติ การมีส่วนร่วมของนักเรียน การเสริมแรงเชิงบวก การประเมินจากพฤติกรรมจริง การติดตามรายบุคคล และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพฤติกรรมที่ดี
ประโยชน์สาธารณะที่ได้รับ
ผลจากการนำ CARE Model ร่วมกับกระบวนการ PDCA มาใช้ในการพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ห้องเรียน สถานศึกษา และสังคมโดยรวม โดยนักเรียนเกิดการพัฒนาพฤติกรรมด้านการทิ้งขยะอย่างรับผิดชอบ การรักษาความสะอาด การดูแลพื้นที่ส่วนตัว การปฏิบัติหน้าที่เวร และการดูแลพื้นที่ส่วนรวมอย่างชัดเจน ส่งผลให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีวินัย รู้จักหน้าที่ และมีจิตสาธารณะมากขึ้น ในระดับห้องเรียน ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบ น่าอยู่ และเอื้อต่อการเรียนรู้ อีกทั้งส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันและร่วมรับผิดชอบต่อพื้นที่ส่วนรวม ในระดับสถานศึกษา CARE Model เป็นแนวทางและนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับห้องเรียนหรือระดับชั้นอื่น รวมทั้งเชื่อมโยงกับกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมโรงเรียนคุณธรรม และการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างวัฒนธรรมด้านความรับผิดชอบและจิตสาธารณะภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ในระดับสังคม ผลที่เกิดขึ้นช่วยวางรากฐานให้นักเรียนเติบโตเป็นผู้ที่รู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อหน้าที่ และต่อส่วนรวม สามารถนำพฤติกรรมที่ได้รับการฝึกฝนจากบริบทในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคม ดังนั้น ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญของงานวิจัยนี้ คือ การใช้ปัญหาใกล้ตัวด้านความสะอาดและการทิ้งขยะเป็นฐานในการพัฒนาคุณธรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการปฏิบัติตามคำสั่งไปสู่การมีความตระหนักและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งสามารถนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบและการดูแลส่วนรวมอย่างยั่งยืน

การอ้างอิงผลงานนี้

คัดลอกได้เลย
APA 7th Edition (ปรับสำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์)
ลิงก์โดยตรง

ผลงานที่เกี่ยวข้อง

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทวิ/พหุภาษา โดยใช้ภาษาลาหู่เป็นฐาน ผ่านสื่อTPR และหนังสือรูปภาพในการจัดการเรียนรู้
ศธจ.เชียงใหม่ · นงค์นุช จันทร์สัย
นวัตกรรมบริหารการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันและความสามารถ ด้าน EQ โดยใช้ STEP Y MODEL
ศธจ.เชียงใหม่ · กรกช วัฒน์วิริยะ
MISSION EF BOARD : คิด–ทำ–ตรวจ–แก้ สู่การกำกับตนเองของเด็กปฐมวัย
ศธจ.เชียงใหม่ · บุณยาพร ต่างใจ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแนวคิด STEAM เรื่อง อาหารและระบบร่างกาย เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ศธจ.ลำพูน · วาสนา เหลืองอ่อน

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!