053 221 413 moe15.devedu@gmail.com จันทร์–ศุกร์ 08:30–16:30 น.

การบริหารจัดการเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียน โดยใช้กระบวนการ PDCA ด้วยนวัตกรรม PHATANA Model

นวัตกรรมการแก้ปัญหาสุขภาพ 4 มิติ (สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพสังคม และสุขภาพปัญญา) ศธจ.ลำปาง 15 กันยายน 2569 32 ครั้ง

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

การบริหารจัดการเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียน โดยใช้กระบวนการ PDCA ด้วยนวัตกรรม PHATANA Model
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมการแก้ปัญหาสุขภาพ 4 มิติ (สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพสังคม และสุขภาพปัญญา)
ประเภทนวัตกรรม
ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.ลำปาง
ระดับการศึกษา
ทุกระดับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้
อื่น ๆ

วิดีโอ YouTube

1 คลิป
PHATANA Model

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
โรงเรียนเสริมขวาวิทยา
สังกัด
สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2

ผู้พัฒนา

ผู้พัฒนาหลัก
นางสาว ชรินรัตน์ นันตาดี
ตำแหน่ง
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
โทรศัพท์
0849498479
E-mail
giftntd@gmail.com

ผลการดำเนินงานและเนื้อหา

ผลการดำเนินงาน
สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการด้านการอ่านที่เป็นระบบและมีขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพปัญหา การคัดกรองผู้เรียน การวางแผน การจัดกิจกรรม การนิเทศติดตาม การประเมินผล และการนำข้อมูลกลับมาใช้ในการปรับปรุง โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานตามวงจร PDCA อย่างต่อเนื่อง เกิดนวัตกรรม PHATANA Model เป็นกรอบการบริหารจัดการด้านการอ่านของสถานศึกษา โดยเชื่อมโยง 7 องค์ประกอบ ได้แก่ Planning, Holistic Management, Active Learning Promotion, Technology & Innovation Integration, Assessment & Quality Assurance, Networking & PLC Driven และ Accountability & Action Adjustment ทำให้การพัฒนาการอ่านไม่ขึ้นอยู่กับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง แต่เป็นระบบที่ทุกฝ่ายสามารถร่วมดำเนินการได้ สถานศึกษามีฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการอ่านของผู้เรียนเป็นรายบุคคล สามารถจำแนกผู้เรียนตามระดับความสามารถในการอ่าน และนำข้อมูลไปใช้กำหนดแนวทางช่วยเหลือที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด กลุ่มที่อ่านไม่คล่อง และกลุ่มที่ต้องได้รับการพัฒนาต่อยอด การบริหารจัดการมีลักษณะ Data Driven Management กล่าวคือ การตัดสินใจไม่ได้อาศัยความรู้สึกหรือการคาดคะเน แต่ใช้ข้อมูลการคัดกรอง ผลการประเมินก่อน–หลังเรียน ผลการนิเทศ และข้อมูลพัฒนาการรายบุคคลเป็นฐานในการตัดสินใจ ผลการประเมินการดำเนินงานตามองค์ประกอบของ PHATANA Model โดยข้อมูลต้นแบบที่ใช้ในการวิเคราะห์ พบว่า มีผลการดำเนินงานโดยรวม ร้อยละ 82.37 สูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายร้อยละ 80 ระบบดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับ ผู้บริหาร → ครู → ห้องเรียน → ผู้เรียน → ข้อมูลผลการเรียนรู้ → การปรับปรุงระบบ ทำให้การพัฒนาการอ่านมีความต่อเนื่องและสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในปีการศึกษาต่อไปได้
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียน ป.1-ป.3
ระยะเวลาดำเนินงาน
ปีการศึกษา 2569
อ้างอิง / เอกสารที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). แนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2569). แนวทางและกำหนดการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT). กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2569). การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2. (2567). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1. ลำปาง: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. ลำปาง: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2.

การนำไปใช้ประโยชน์

การนำไปใช้ประโยชน์
1.1 ระดับการบริหารสถานศึกษา ใช้ PHATANA Model เป็น กรอบในการบริหารจัดการพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียน ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การกำหนดเป้าหมาย การวางแผน การดำเนินงาน การนิเทศติดตาม การประเมินผล และการปรับปรุง ใช้ข้อมูลการอ่านของผู้เรียนเป็นสารสนเทศประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร ใช้เป็นกรอบในการกำหนดแผนงาน/โครงการด้านวิชาการและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ใช้เป็นระบบติดตามผู้เรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านเป็นรายบุคคล ใช้เชื่อมโยงการบริหารงานวิชาการกับระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 1.2 ระดับครู ครูใช้ข้อมูลการคัดกรองเพื่อจัดกลุ่มและวางแผนพัฒนาผู้เรียน ใช้ Active Learning เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกอ่าน ลงมือปฏิบัติ และเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ใช้เทคโนโลยีและสื่อที่เหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้เรียน ใช้ผลการประเมินก่อน–หลังเพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ใช้ PLC เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาการอ่าน 1.3 ระดับผู้เรียน ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามระดับความสามารถของตนเอง ทำให้สามารถได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ไม่ถูกพัฒนาโดยใช้วิธีการเดียวกันทั้งหมด
การขยายผล
เผยแพร่ทาง https://www.youtube.com/watch?v=ZdzfO9B73Qs เผยแพร่ผ่าน Facebook Page ของโรงเรียน จัดทำเอกสาร/คู่มือนวัตกรรม PHATANA Model จัดทำ Infographic และ QR Code สำหรับเข้าถึงข้อมูล นำเสนอในการประชุมครูหรือ PLC นำเสนอในการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา นำเสนอในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับโรงเรียน/เครือข่าย/เขตพื้นที่ นำเสนอในเวที Best Practice หรือการประกวดนวัตกรรมทางการศึกษา หากมีการเข้าร่วมจริง เผยแพร่เป็นบทความหรือรายงานวิจัย หากผ่านกระบวนการเผยแพร่จริง
การต่อยอด
2.1 ต่อยอดด้านข้อมูล พัฒนาฐานข้อมูลการอ่านรายบุคคลให้สามารถติดตามพัฒนาการของผู้เรียนตั้งแต่ ป.1–ป.3 และส่งต่อข้อมูลระหว่างชั้นเรียน 2.2 ต่อยอดด้านการประเมิน นำข้อมูลการอ่านมาใช้วิเคราะห์ความพร้อมของผู้เรียนและวางแผนพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน RT และต่อยอดทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจในระดับสูงขึ้น 2.3 ต่อยอดด้านครู พัฒนาครูให้มีความสามารถด้าน Active Learning การใช้เทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล การวัดและประเมินผล การจัดการเรียนรู้รายบุคคล 2.4 ต่อยอดสู่วิชาอื่น แนวคิดเดียวกันสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ การเขียน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือทักษะพื้นฐานอื่น ๆ โดยเปลี่ยนข้อมูลและเครื่องมือให้เหมาะสมกับแต่ละด้าน 2.5 ต่อยอดสู่ระบบบริหารสถานศึกษา สามารถพัฒนาเป็น PHATANA School Quality Management System ที่ใช้เป็นกรอบการบริหารคุณภาพของโรงเรียนในมิติอื่น ๆ ได้
การประยุกต์ใช้
จุดเด่นของ PHATANA Model คือสามารถปรับใช้ได้ตามบริบท ไม่จำเป็นต้องใช้กิจกรรมเหมือนกันทุกโรงเรียน รูปแบบการประยุกต์ใช้ P – Planning ปรับเป้าหมายตามข้อมูลและบริบทของโรงเรียน H – Holistic Management บูรณาการผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง A – Active Learning ปรับกิจกรรมให้เหมาะกับวัยและระดับความสามารถ T – Technology & Innovation เลือกเทคโนโลยีตามทรัพยากรที่โรงเรียนมี ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือราคาแพง A – Assessment ปรับเครื่องมือประเมินให้เหมาะกับตัวชี้วัดของโรงเรียน N – Networking & PLC สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูและโรงเรียน A – Accountability & Action Adjustment นำผลประเมินมาปรับปรุงการดำเนินงานรอบต่อไป ดังนั้น PHATANA Model จึงมีลักษณะ “ยืดหยุ่นในวิธีการ แต่ชัดเจนในกระบวนการ”

ผลกระทบและการถอดบทเรียน

ผลของการยกระดับคุณภาพ
ผลที่เกิดขึ้นควรนำเสนอเป็น 4 ระดับ เพื่อให้กรรมการเห็นภาพชัดเจน ระดับที่ 1 : ระบบบริหาร โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการด้านการอ่านที่ชัดเจน ตั้งแต่ คัดกรอง → วิเคราะห์ → วางแผน → พัฒนา → นิเทศ → ประเมิน → ปรับปรุง ระดับที่ 2 : ครู ครูมีความสามารถในการใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนจัดการเรียนรู้ และมีการใช้ Active Learning และ Technology มากขึ้น ระดับที่ 3 : ผู้เรียน ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามความแตกต่างระหว่างบุคคล และมีพัฒนาการด้านการอ่านดีขึ้น จากข้อมูลต้นแบบที่เราเคยวิเคราะห์ไว้ พบว่า ค่าเฉลี่ยก่อนพัฒนา = 64.18 ค่าเฉลี่ยหลังพัฒนา = 82.27 เพิ่มขึ้น = 18.09 คะแนน ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 = 55 จาก 68 คน หรือ 80.88% ระดับที่ 4 : คุณภาพของสถานศึกษา โรงเรียนมีข้อมูลสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และสามารถเชื่อมโยงกับระบบประกันคุณภาพภายในและการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา สำหรับการนำเสนอจริง ตัวเลขข้างต้นต้องใช้ข้อมูลที่เก็บจริงของโรงเรียน หากยังเป็นข้อมูลจำลองไม่ควรระบุว่าเป็นผลสำเร็จจริง
การถอดบทเรียน
จากการพัฒนานวัตกรรม สามารถถอดบทเรียนสำคัญได้ 7 ประการ 5.1 ต้องเริ่มจาก “ปัญหาจริง” การพัฒนานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากข้อมูลจริง ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกนวัตกรรมก่อนแล้วจึงหาปัญหามารองรับ 5.2 ข้อมูลรายบุคคลคือหัวใจ การรู้เพียงว่า “นักเรียนอ่านไม่คล่อง” ยังไม่เพียงพอ ต้องรู้ว่า ใครมีปัญหาอะไร ปัญหาอยู่ตรงไหน และต้องช่วยอย่างไร 5.3 การบริหารต้องเชื่อมโยงกับห้องเรียน ระบบบริหารจะเกิดผลก็ต่อเมื่อสามารถส่งต่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนได้จริง 5.4 ครูคือกลไกสำคัญ ผู้บริหารสามารถออกแบบระบบได้ แต่ครูเป็นผู้ทำให้ระบบเกิดขึ้นจริงในห้องเรียน ดังนั้นการพัฒนาครูต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาผู้เรียน 5.5 เทคโนโลยีต้องตอบโจทย์ปัญหา ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือ ใช้ให้เหมาะกับผู้เรียนและปัญหา 5.6 การประเมินต้องนำไปสู่การปรับปรุง การประเมินที่ดีไม่ใช่เพียงการรายงานคะแนน แต่ต้องตอบให้ได้ว่า “หลังจากรู้ผลแล้ว โรงเรียนจะทำอะไรต่อ?” 5.7 ความยั่งยืนเกิดจากระบบ บทเรียนสำคัญที่สุดคือ “ถ้านวัตกรรมขึ้นอยู่กับคน นวัตกรรมอาจหยุดเมื่อคนเปลี่ยน แต่ถ้านวัตกรรมถูกพัฒนาเป็นระบบ ระบบจะสามารถดำเนินต่อได้แม้มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร”
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ควรดำเนินการทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา 6.1 ระดับภายในโรงเรียน ประชุมครู PLC นิเทศชั้นเรียน แลกเปลี่ยนผลการคัดกรอง วิเคราะห์ผลการประเมิน แลกเปลี่ยนสื่อและวิธีสอน สรุปผลการดำเนินงานแต่ละรอบ PDCA 6.2 ระดับเครือข่าย นำเสนอแนวทาง PHATANA Model ในการประชุมหรือเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษา เพื่อรับข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ปัญหาการอ่าน 6.3 ระดับเขตพื้นที่ สามารถนำเสนอผลงานต่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 2 หรือเวทีที่เขตพื้นที่กำหนด เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการด้านการอ่าน 6.4 การเผยแพร่แบบดิจิทัล จัดทำ Infographic คู่มือ PHATANA Model QR Code คลิปนำเสนอ เอกสารเผยแพร่ เว็บไซต์/สื่อออนไลน์ของโรงเรียน หลักสำคัญ: ควรเก็บหลักฐานทุกครั้ง เช่น ภาพกิจกรรม หนังสือเชิญ รายงานการประชุม QR Code Link และเกียรติบัตร

ปัญหาและอุปสรรค

ด้านการดำเนินงาน — ปัญหา
1. ผู้เรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล นักเรียนมีพื้นฐานการอ่านแตกต่างกัน บางคนอ่านได้คล่อง บางคนอ่านช้า และบางคนต้องการการช่วยเหลือเป็นรายบุคคล 2. ข้อมูลผู้เรียนเดิมอาจไม่ต่อเนื่อง ข้อมูลการอ่านของผู้เรียนอาจกระจัดกระจายอยู่กับครูแต่ละคน ทำให้การนำข้อมูลมาใช้ในระดับโรงเรียนทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 3. ครูมีภาระงานหลายด้าน ทำให้การจัดกิจกรรมเสริมเฉพาะรายและการบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดต้องใช้เวลาเพิ่มเติม 4. ความพร้อมด้านเทคโนโลยีแตกต่างกัน ครูและผู้เรียนมีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีไม่เท่ากัน จึงต้องเลือกใช้เครื่องมือที่ง่ายและเหมาะสม
ด้านการดำเนินงาน — อุปสรรค
เวลาในการพัฒนาผู้เรียนรายบุคคลมีจำกัด จำนวนผู้เรียนและระดับปัญหามีความแตกต่างกัน ครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้จากรูปแบบเดิม การติดตามผู้เรียนบางรายอาจไม่ต่อเนื่อง ผู้ปกครองบางรายอาจไม่สามารถสนับสนุนการฝึกอ่านที่บ้านได้อย่างสม่ำเสมอ การจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากอาจเพิ่มภาระให้ครู หากไม่มีระบบที่ง่ายต่อการใช้งาน
ด้านงบประมาณ — ปัญหา
งบประมาณสำหรับจัดซื้อสื่อและเทคโนโลยีมีจำกัด การจัดหาสื่อเฉพาะสำหรับผู้เรียนแต่ละกลุ่มอาจมีค่าใช้จ่าย การพัฒนาระบบฐานข้อมูลหรือ Dashboard อาจต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติม
ด้านงบประมาณ — อุปสรรค
ไม่สามารถจัดหาเทคโนโลยีให้ครบทุกห้องเรียนได้ในครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์และซอฟต์แวร์อาจเพิ่มขึ้น งบประมาณของโรงเรียนมีภารกิจหลายด้าน จึงต้องจัดลำดับความสำคัญ

ปัจจัยความสำเร็จและประโยชน์สาธารณะ

ปัจจัยความสำเร็จ
1. ภาวะผู้นำของผู้บริหาร ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ กำหนดทิศทาง สนับสนุน และติดตามอย่างต่อเนื่อง 2. ระบบ PHATANA Model ที่ชัดเจน มีขั้นตอนและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องชัดเจน 3. การใช้ข้อมูลเป็นฐาน ใช้ข้อมูลจริงในการวางแผน ตัดสินใจ และปรับปรุง 4. การมีส่วนร่วมของครู ครูร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมประเมิน และร่วมปรับปรุง 5. การพัฒนาครู ส่งเสริม Active Learning Technology และการวัดประเมินผล 6. PLC และการทำงานเป็นทีม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและแก้ปัญหาร่วมกัน 7. การนิเทศติดตาม มีการติดตามอย่างต่อเนื่องและให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนา 8. PDCA ทำให้ระบบไม่หยุดอยู่ที่การดำเนินงาน แต่มีการนำผลกลับมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์สาธารณะที่ได้รับ
10.1 ประโยชน์ต่อผู้เรียน ผู้เรียนได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะการอ่านอย่างเหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนรู้ และเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ 10.2 ประโยชน์ต่อครู ครูมีแนวทางในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาการอ่านที่เป็นระบบ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้เรียนกลุ่มอื่นได้ 10.3 ประโยชน์ต่อสถานศึกษา โรงเรียนมีต้นแบบระบบบริหารจัดการด้านการอ่านที่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบวิชาการและระบบประกันคุณภาพภายใน 10.4 ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง ผู้ปกครองสามารถรับรู้พัฒนาการด้านการอ่านของบุตรหลาน และสามารถร่วมสนับสนุนการฝึกอ่านที่บ้านได้ตรงกับปัญหา 10.5 ประโยชน์ต่อเครือข่ายสถานศึกษา สามารถนำแนวคิด PHATANA Model ไปแลกเปลี่ยนและปรับใช้กับโรงเรียนอื่นที่มีปัญหาด้านการอ่านในบริบทใกล้เคียงกัน 10.6 ประโยชน์ต่อหน่วยงานทางการศึกษา ข้อมูลและแนวทางจากการดำเนินงานสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาในการพัฒนาระบบส่งเสริมการอ่าน การพัฒนาครู และการบริหารจัดการโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน 10.7 ประโยชน์ต่อสังคม การพัฒนาทักษะการอ่านตั้งแต่ระดับประถมศึกษาช่วยสร้างพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้เรียนสามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

การอ้างอิงผลงานนี้

คัดลอกได้เลย
APA 7th Edition (ปรับสำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์)
ลิงก์โดยตรง

ผลงานที่เกี่ยวข้อง

"WELL-STEAM COACHING & PLC PLATFORM" นวัตกรรมการนิเทศแบบร่วมทางสร้างสรรค์ เพือสุขภาวะและทักษะแห่งอนาคต
ศธจ.แม่ฮ่องสอน · นางสาวขวัญชีวา กุลแก้วมณี
“การพัฒนานวัตกรรมการบริหาร SHINE Model : ‘เปล่งประกายความดี ร่วมกัน สร้างคนดีสู่สังคม’ เพื่อยกระดับคุณธรรมของผู้เรียน”
ศธจ.ลำปาง · ชรินรัตน์ นันตาดี
การประเมินความต้องการจำเป็นและพัฒนานวัตกรรมแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ สำหรับการแนะแนวและให้คำปรึกษาเชิงรุกในสถานศึกษาจังหวัดลำปาง
ศธจ.ลำปาง · ธีรดา สี่สุวรรณ
การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เข็มทิศสุขภาวะ (Well-being Compass) ชุดเครื่องมือคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพ 4 มิติ สำหรับผู้เรียนตลอดชีวิต
ศธจ.ลำปาง · กรัณฑรัตน์ ดวงใจสืบ

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!