ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
การพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลด้วย PSN ON TIME เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ พร้อมขับเคลื่อน Soft Power ของบุคลากรโรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมพัฒนาทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ความสนใจ ความต้องการของผู้เรียน ตลาดงาน และ Soft Power
ประเภทนวัตกรรม
ด้านบริหารจัดการศึกษา
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.ลำปาง
ระดับการศึกษา
ทุกระดับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้
อื่น ๆ
วิดีโอ YouTube
1 คลิปสถานศึกษาและสังกัด
สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
โรงเรียนบ้านปงสนุก
สังกัด
สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สพป.ลำปาง เขต1
ผู้พัฒนา
ผู้พัฒนาหลัก
นางสาว ชลันดา นิลสนธิ
ตำแหน่ง
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
โทรศัพท์
0844811058
E-mail
chalunda22@gmail.com
ผลการดำเนินงานและเนื้อหา
ผลการดำเนินงาน
1. ประสิทธิภาพของระบบตามการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ
ในภาพรวม ระบบ Web App "PSN ON TIME" มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับ "ดีเยี่ยม" (ค่าเฉลี่ย = 4.74)
โดยมีรายละเอียดการประเมินในด้านต่างๆ ดังนี้
ด้านฟังก์ชันการทำงาน มีความถูกต้องแม่นยำในการบันทึกเวลาและการออกรายงาน (ค่าเฉลี่ย = 4.78)
ด้านการใช้งาน (Usability)มีความง่ายในการใช้งานและเข้าถึงได้ดีผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ (ค่าเฉลี่ย = 4.76)
ด้านความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือในระบบตรวจสอบตัวตนและฐานข้อมูล (ค่าเฉลี่ย = 4.67)
2. ประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ (ผลการใช้งานจริง)
จากการนำระบบไปใช้งานจริงตลอด 1 ภาคเรียน พบว่าสามารถยกระดับการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
ลดระยะเวลาดำเนินการ การยื่นคำขอลาลดลงจากเดิมที่ใช้ค่าเฉลี่ย 15 นาที เหลือเพียง 1.5 นาทีต่อครั้ง (ลดลงถึงร้อยละ 90)
ความถูกต้องของข้อมูลมีอัตราความถูกต้องในการประมวลผลข้อมูล 100% จากการลงเวลาสะสมทั้งหมด 12,960 ครั้ง
การจัดการคำขอ มีการยื่นคำขอลาและไปราชการรวม 486 รายการ ซึ่งมีการอนุมัติผ่านระบบครบ 100%
สถิติการลาประเภทการลาที่มีการใช้งานสูงสุดคือ ลากิจส่วนตัว (ร้อยละ 51.4) รองลงมาคือลาป่วย (ร้อยละ 24.7)
3. ความพึงพอใจของบุคลากรและการขับเคลื่อน Soft Power
บุคลากรมีความพึงพอใจต่อระบบในภาพรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.67)
โดยมีจุดที่น่าสนใจดังนี้
ความสะดวกสบาย บุคลากรพึงพอใจสูงสุดในด้าน ความสามารถในการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน (ค่าเฉลี่ย = 4.79)
ความโปร่งใส ระบบช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคล (ค่าเฉลี่ย = 4.75)
การบูรณาการ Soft Power การนำอัตลักษณ์ของจังหวัดลำปางมาใช้ในระบบ ได้รับการชื่นชมอย่างมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.68) ซึ่งช่วย สร้างขวัญกำลังใจและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมองค์กร
สรุปในภาพรวม นวัตกรรม PSN ON TIME ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระงานด้านเอกสารและเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบข้อมูล
แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมและความภาคภูมิใจในท้องถิ่นให้กับบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มเป้าหมาย
ครูบุคลากรโรงเรียนบ้านปงสนุก
ระยะเวลาดำเนินงาน
ปีการศึกษา 2569
การนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์
1. เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนบ้านปงสนุกให้เป็นระบบดิจิทัลที่ทันสมัย ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติราชการ รวมถึงเพิ่มความถูกต้องโปร่งใสในการตรวจสอบข้อมูลการลงเวลาและการลาของบุคลากร
2. เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของสถานศึกษา โดยสามารถบูรณาการกิจกรรมอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นลำปางเข้ากับระบบการประเมินและสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง
3. เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษามีระบบสารสนเทศทางการบริหารที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน สำหรับใช้ในการกำกับ ติดตาม และตัดสินใจเชิงบริหารงานบุคคล รวมถึงการนำไปใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศในการวางแผนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา ที่สามารถใช้เป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและการส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมในหน่วยงานทางการศึกษา
การขยายผล
การขยายผลสู่เครือข่ายสถานศึกษา ควรนำรูปแบบ (Model) ของระบบ PSN ON TIME ไปจัดอบรมและขยายผลการใช้งานให้แก่โรงเรียนในเครือข่ายสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1
ขยายผลในงาน วิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานนวัตกรรมการศึกษา ระดับจังหวัดลำปาง ภายใต้โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
เผยแพร่ผลงานนวัตกรรม งาน Inspire Education ปีที่ ๒ สร้างสรรค์การศึกษาไทย สู่คุณภาพที่ยั่งยืน
เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถรองรับข้อมูลบุคลากรจำนวนมากและช่วยลดภาระงานธุรการได้จริง โดยสามารถใช้เป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการ
การยกระดับด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) พัฒนาต่อยอดระบบโดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลการปฏิบัติราชการ เพื่อสร้างระบบ "ผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant)"
ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมการลา หรือประเมินความเสี่ยงด้านความเครียดของบุคลากรล่วงหน้า เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถดำเนินการสนับสนุนและดูแลบุคลากรในเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การศึกษาความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์และอัตลักษณ์องค์กร ขยายผลการวิจัยสู่การวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการลงทุนในระบบดิจิทัลกับทรัพยากรที่ประหยัดได้ (เช่น กระดาษ และเวลาทำงานของบุคลากร)
พร้อมทั้งส่งเสริมให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการบูรณาการ Soft Power เข้ากับระบบบริหารงานบุคคล เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นและสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานที่ยั่งยืน
การต่อยอด
1. การคืนเวลาให้ครูเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียน
นวัตกรรมนี้ช่วยลดภาระงานธุรการและขั้นตอนที่ยุ่งยากลงอย่างมาก โดยเฉพาะการลดเวลาดำเนินการยื่นคำขอลาจาก 15 นาที เหลือเพียง 1.5 นาที (ลดลงร้อยละ 90)
ซึ่งประสิทธิภาพเชิงระบบนี้ส่งผลให้ครูมีเวลาเพิ่มขึ้นในการไปโฟกัสที่ภารกิจหลัก คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน แทนการจมอยู่กับภาระงานเอกสาร
2. การใช้ฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนและประกันคุณภาพ
ระบบช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลสารสนเทศที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน (Real-time) สำหรับใช้ในการกำกับ ติดตาม และตัดสินใจเชิงบริหารงานบุคคล
ข้อมูลเหล่านี้ยังถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประกันคุณภาพภายใน (SAR) เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง
3. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรและขวัญกำลังใจด้วย Soft Power
การบูรณาการอัตลักษณ์ท้องถิ่นลำปางเข้าสู่ระบบช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานเชิงสร้างสรรค์ (Creative Organizational Culture)
ซึ่งส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรและขวัญกำลังใจของบุคลากรในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.67)
เมื่อบุคลากรมีความสุขและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมองค์กร จะส่งผลบวกต่อพฤติกรรมการปฏิบัติราชการและคุณภาพการจัดการเรียนการสอนในที่สุด
4. แนวทางการต่อยอดในอนาคต (Future Development)
ในแหล่งข้อมูลได้เสนอแนะแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ดังนี้
การบูรณาการ AI อัจฉริยะ ศึกษาการนำ Generative AI มาวิเคราะห์ข้อมูลการปฏิบัติราชการเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความเครียดของบุคลากรล่วงหน้า เพื่อการสนับสนุนเชิงรุก
การขยายผลสู่เครือข่าย นำระบบไปเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสถานศึกษาในภาพรวม
การศึกษาความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์ทรัพยากรที่ประหยัดได้และนำไปวางแผนงบประมาณเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในด้านอื่น ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
การประยุกต์ใช้
การลงเวลาปฏิบัติราชการแบบดิจิทัล ใช้สมาร์ทโฟนลงเวลาเข้า-ออกงานด้วยรหัส PIN 6 หลัก ร่วมกับระบบระบุตำแหน่ง (GPS) เพื่อความแม่นยำและรวดเร็วแทนการลงชื่อในเอกสาร
ระบบบริหารจัดการการลาออนไลน์ (Paperless)เปลี่ยนการยื่นใบลาและขอไปราชการสู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ช่วยลดระยะเวลาดำเนินการได้ถึงร้อยละ 90 และลดภาระงานเอกสาร
ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหาร (Dashboard) ผู้บริหารใช้ข้อมูลสถิติแบบ Real-time จากระบบเพื่อกำกับ ติดตาม และตัดสินใจบริหารงานบุคคลได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
การขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรด้วย Soft Power นำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาออกแบบหน้าจอใช้งานและบันทึกกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความภาคภูมิใจให้กับบุคลากร
ผลกระทบและการถอดบทเรียน
ผลของการยกระดับคุณภาพ
การยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านนวัตกรรม PSN ON TIME ของโรงเรียนบ้านปงสนุก ส่งผลลัพธ์ที่สำคัญประการแรกคือการคืนเวลาให้ครูเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียน โดยระบบสามารถลดขั้นตอนงานธุรการและระยะเวลาดำเนินการลาลงได้ถึงร้อยละ 90
ส่งผลให้ครูมีเวลาเพิ่มขึ้นในการโฟกัสที่ภารกิจหลักคือการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนแทนภาระงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ระบบสารสนเทศที่แม่นยำยังช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลเชิงประจักษ์แบบ Real-time สำหรับการวางแผนพัฒนาบุคลากรและการประกันคุณภาพภายใน (SAR) อย่างเป็นระบบ
ส่งเสริมให้การตัดสินใจบริหารงานบุคคลมีความโปร่งใสและเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล
ขณะเดียวกัน การบูรณาการ Soft Power อัตลักษณ์ลำปางยังช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงสร้างสรรค์และขวัญกำลังใจให้บุคลากรในระดับมากที่สุด
ซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจของบุคลากรนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งต่อถึงคุณภาพการจัดการเรียนการสอน นวัตกรรมนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสถานศึกษาอย่างรอบด้านและยั่งยืน
การถอดบทเรียน
การถอดบทเรียน (Lessons Learned) จากการพัฒนาระบบ PSN ON TIME พบว่าหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดความซับซ้อนของงาน
บทเรียนแรกคือการเปลี่ยนระบบเอกสารสู่ Web App สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานได้อย่างก้าวกระโดด โดยลดเวลาดำเนินการลงถึงร้อยละ 90 ซึ่งช่วยคืนเวลาให้ครูได้มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ
บทเรียนประการต่อมาคือ "ความโปร่งใสสร้างความเชื่อมั่น" การที่บุคลากรเข้าถึงข้อมูลตนเองได้แบบ Real-time ช่วยสร้างความเป็นธรรมและลดปัญหาความขัดแย้งในองค์กร
นอกจากนี้ นวัตกรรมนี้ยังสอนให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถเป็นพื้นที่สื่อสารทางวัฒนธรรม โดยการบูรณาการ Soft Power อัตลักษณ์ลำปางเข้ากับระบบ ช่วยเปลี่ยนเครื่องมือควบคุมงานให้กลายเป็นแหล่งสร้างความภาคภูมิใจและขวัญกำลังใจ
สุดท้าย ความสำเร็จเกิดจากการออกแบบที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
บทเรียนเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การบริหารสถานศึกษายุคใหม่ต้องผสานทั้งประสิทธิภาพทางเทคนิคและมิติทางจิตวิทยาเข้าด้วยกัน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
งานวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานนวัตกรรมการศึกษา ระดับจังหวัดลำปาง ภายใต้โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
เผยแพร่ผลงานนวัตกรรม งาน Inspire Education ปีที่ ๒ สร้างสรรค์การศึกษาไทย สู่คุณภาพที่ยั่งยืน
ปัญหาและอุปสรรค
ด้านการดำเนินงาน — ปัญหา
1. ขั้นตอนระบบเดิมมีความล่าช้า การใช้ระบบเอกสารแบบดั้งเดิมทำให้การยื่นคำขอลาและการลงเวลาปฏิบัติราชการใช้เวลานาน โดยเฉลี่ยถึง 15 นาทีต่อครั้ง
2.การจัดเก็บข้อมูลไม่เป็นระบบ ข้อมูลการปฏิบัติงานกระจัดกระจายและตรวจสอบความถูกต้องได้ยาก ทำให้ผู้บริหารขาดข้อมูลที่ทันสมัย (Real-time) ในการตัดสินใจ
3. ขาดกลไกขับเคลื่อน Soft Power อย่างเป็นรูปธรรม ในระบบเดิมยังไม่มีเครื่องมือที่ช่วยบูรณาการการมีส่วนร่วมในกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับระบบการบริหารงานบุคคลอย่างเป็นระบบ
ด้านการดำเนินงาน — อุปสรรค
1. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล การใช้งานผ่านระบบ Web App และฐานข้อมูล MySQL จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษา สำรองข้อมูล และต่ออายุใบรับรองความปลอดภัย (SSL) อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
2. การปรับตัวและทักษะดิจิทัลของบุคลากร การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจในการใช้งานให้กับบุคลากรที่มีจำนวนมาก
3. ข้อจำกัดในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงรุก ปัจจุบันระบบยังขาดเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะมาช่วยวิเคราะห์แนวโน้มการลาหรือประเมินสภาวะความเครียดของบุคลากรล่วงหน้า
ด้านงบประมาณ — ปัญหา
ไม่มี
ด้านงบประมาณ — อุปสรรค
ไม่มี
ปัจจัยความสำเร็จและประโยชน์สาธารณะ
ปัจจัยความสำเร็จ
1. คุณภาพและประสิทธิภาพของระบบเทคโนโลยี ระบบได้รับการพัฒนาด้วยสถาปัตยกรรมฐานข้อมูลที่เสถียรและแม่นยำ โดยได้รับผลประเมินจากผู้เชี่ยวชาญในระดับ "ดีเยี่ยม" (4.74) และมีความถูกต้องในการประมวลผลข้อมูลถึง 100%
2. การบริหารแบบมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากผู้บริหาร ความสำเร็จเกิดจากการที่ผู้บริหารนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อ "ลดความซับซ้อนของงาน" และรับฟังความต้องการของบุคลากร ทำให้ครูมีเวลาคืนสู่ห้องเรียนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความผูกพันต่อองค์กรในระดับสูง
3. การบูรณาการอัตลักษณ์ Soft Power ในระบบ การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UI) ที่สอดแทรกวัฒนธรรมลำปาง ช่วยเปลี่ยนมิติของระบบลงเวลาจากการเป็นเครื่องมือควบคุม ให้กลายเป็น "พื้นที่แห่งความภาคภูมิใจ" ซึ่งสร้างแรงจูงใจและวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก
ประโยชน์สาธารณะที่ได้รับ
1. การเป็นต้นแบบนวัตกรรมสำหรับสถานศึกษา นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถเป็น "ต้นแบบ (Model)" ให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ในเครือข่ายหรือหน่วยงานทางการศึกษา นำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการดิจิทัล
2. การอนุรักษ์และขับเคลื่อนวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมและสืบสาน Soft Power ของจังหวัดลำปาง ให้คงอยู่อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการปฏิบัติราชการประจำวันของบุคลากรทางการศึกษา
3. การส่งเสริมธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในภาครัฐ ระบบช่วยสร้างมาตรฐานการทำงานที่ตรวจสอบได้แบบ Real-time และส่งเสริมการทำงานแบบ Paperless ซึ่งเป็นการลดการใช้ทรัพยากรและเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาล
ไฟล์และเอกสารแนบ
การอ้างอิงผลงานนี้
คัดลอกได้เลยผลงานที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ
หรือ
สมัครสมาชิก
เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!