053 221 413 moe15.devedu@gmail.com จันทร์–ศุกร์ 08:30–16:30 น.

การพัฒนาการใช้แหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์วิถี บูรณาการการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาการ ทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ ตามโครงการส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ อัตลักษณ์วิถีในถิ่นฐาน พัฒนาสู่นวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนรักษ์ในถิ่นฐาน และต่อยอดสู่ Soft Power สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน

นวัตกรรมพัฒนาทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ความสนใจ ความต้องการของผู้เรียน ตลาดงาน และ Soft Power ศธจ.ลำปาง 17 กันยายน 2569 59 ครั้ง

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

การพัฒนาการใช้แหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์วิถี บูรณาการการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาการ ทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ ตามโครงการส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ อัตลักษณ์วิถีในถิ่นฐาน พัฒนาสู่นวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนรักษ์ในถิ่นฐาน และต่อยอดสู่ Soft Power สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมพัฒนาทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ความสนใจ ความต้องการของผู้เรียน ตลาดงาน และ Soft Power
ประเภทนวัตกรรม
ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.ลำปาง
ระดับการศึกษา
มัธยมศึกษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้
บูรณาการหลายกลุ่มสาระ

วิดีโอ YouTube

1 คลิป
https://drive.google.com/drive/folders/1CPdBMSOa9QOT3sB36cNcDO2HKGNgQtm8?usp=sharing
การพัฒนาการใช้แหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์วิถี บูรณาการการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาการ ทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ ตามโครงการส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ อัตลักษณ์วิถีในถิ่นฐาน พัฒนาสู่นวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนรักษ์ในถิ่นฐาน และต่อยอดสู่ Soft Power สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามั

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
โรงเรียนเมืองมายวิทยา
สังกัด
สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สพม.ลำปาง ลำพูน

ผู้พัฒนา

ผู้พัฒนาหลัก
นางสาว มิณฑิตา ดอนป่าน
ตำแหน่ง
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
โทรศัพท์
0924696333
E-mail
minthitajaoh17@gmail.com

ผลการดำเนินงานและเนื้อหา

ผลการดำเนินงาน
โรงเรียนเมืองมายวิทยาพัฒนาแหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์วิถี “จักสานไม้ไผ่” โดยใช้ MUANGMAI MODEL-WORKS โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอย่างเป็นระบบ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่การศึกษาภูมิปัญญา การเตรียมวัสดุ การจักสาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ การคำนวณต้นทุน และการสร้างมูลค่าเพิ่มส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ทำงานร่วมกับผู้อื่น และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้น ม.3 มีผลสัมฤทธิ์เฉลี่ย 2 ภาคเรียน ร้อยละ 73.12 และชั้น ม.6 ร้อยละ 86.93 โดยผลสัมฤทธิ์เฉลี่ย 8 กลุ่มสาระอยู่ในระดับ 2.50 ขึ้นไป นักเรียนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยสามารถนำทักษะจักสานไม้ไผ่ไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักในอนาคตได้ ผลงานของนักเรียนได้รับการยอมรับอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับเหรียญทอง ระดับ ม.1–3 และรางวัลชนะเลิศ ระดับเหรียญทอง ระดับ ม.4–6 ในการแข่งขันจักสานไม้ไผ่ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 72 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการและนิเทศภายในที่ชัดเจน ครูร่วมพัฒนาผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC และเกิดความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน ปราชญ์ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ทำให้ “จักสานไม้ไผ่” พัฒนาเป็นฐานการเรียนรู้และต่อยอดสู่อัตลักษณ์ชุมชนและสู่ Soft Power อย่างยั่งยืน
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนชั้น ม.1-6
ระยะเวลาดำเนินงาน
ปีการศึกษา พ.ศ. 2569
อ้างอิง / เอกสารที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา. จิติมา วรรณศรี. (2566). การบริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิผล. กรุงเทพฯ: [ไม่ปรากฏข้อมูลสำนักพิมพ์]. วิจารณ์ พานิช. (2561). การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: [ไม่ปรากฏข้อมูลสำนักพิมพ์]. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการส่งเสริมการมีงานทำและการประกอบ อาชีพของผู้เรียน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา. (2563). แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพทุกช่วงวัย. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2560). แนวคิดเกี่ยวกับทักษะการเรียนรู้และทักษะอาชีพในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ:

การนำไปใช้ประโยชน์

การนำไปใช้ประโยชน์
1. ด้านการจัดการเรียนรู้ นำแหล่งเรียนรู้ “จักสานไม้ไผ่” มาบูรณาการกับหลักสูตรและรายวิชา เพื่อจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและลงมือปฏิบัติจริง 2. ด้านการพัฒนาทักษะผู้เรียน ใช้กิจกรรมจักสานไม้ไผ่เป็นฐานในการพัฒนาทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ โดยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการสร้างสรรค์ผลงาน 3. ด้านการประกอบอาชีพ นำความรู้เกี่ยวกับการจักสาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ การคำนวณต้นทุน และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ไปต่อยอดเป็นทักษะอาชีพและสร้างรายได้ในอนาคต 4. ด้านการบริหารสถานศึกษานำรูปแบบการบริหาร MUANGMAI MODEL - WORKS โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA มาใช้เป็นกรอบในการวางแผน ดำเนินงาน นิเทศติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 5. ด้านการพัฒนาครู โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC และการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตร เพื่อให้ครูร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนผล และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน 6. ด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้แหล่งเรียนรู้จักสานไม้ไผ่เป็นพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านสู่ผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า เกิดความรักและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และถิ่นฐานของตนเอง 7. ด้านการสร้างเครือข่ายสู่ Soft Power สามารถนำรูปแบบการดำเนินงานไปประยุกต์ใช้ในการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ปราชญ์ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรื่องราว และองค์ความรู้ท้องถิ่นสู่ Soft Power อย่างยั่งยืน
การขยายผล
1. โรงเรียนเมืองมายวิทยาได้นำรูปแบบ “สานสายใยรักษ์ถิ่น จักสานไม้ไผ่ ด้วย MUANGMAI MODEL - WORKS โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA” ไปเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษาที่สนใจ 2. เปิดโอกาสให้คณะครูและบุคลากรจากสถานศึกษาอื่นเข้ามาศึกษาดูงานและเรียนรู้กระบวนการดำเนินงานจริง 3. มีสถานศึกษาภายนอก เช่น โรงเรียนบ้านเนินสุวรรณ จังหวัดพิษณุโลก เข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง 4. ขยายผลการใช้แหล่งเรียนรู้จักสานไม้ไผ่จากกิจกรรมภายในโรงเรียนสู่ การบูรณาการกับหลักสูตร การจัดการเรียนรู้เชิงรุก และการพัฒนาทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพของผู้เรียน 5. ส่งเสริมให้ครูนำกระบวนการ PLC การนิเทศภายใน โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้และนวัตกรรมอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง 6. ขยายความร่วมมือไปยัง ผู้ปกครอง ชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาภูมิปัญญาจักสานไม้ไผ่ให้เกิดคุณค่าต่อผู้เรียนและชุมชน 7. มุ่งต่อยอดองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์จากจักสานไม้ไผ่สู่ การประกอบอาชีพสู่ Soft Power พร้อมส่งเสริมให้แนวทางดังกล่าวสามารถประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีของสถานศึกษาอื่นได้
การต่อยอด
1. พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยนำรูปแบบการบริหารร MUANGMAI MODEL - WORKS โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA มาใช้เป็นกรอบในการวางแผน ดำเนินงาน นิเทศติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงพัฒนางานอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การบริหารงานวิชาการและการนิเทศภายในมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. ต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ โดยนำภูมิปัญญา “จักสานไม้ไผ่” มาเชื่อมโยงกับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า ออกแบบ ลงมือปฏิบัติจริง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ 3. ยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน โดยใช้กิจกรรมจักสานไม้ไผ่เป็นฐานในการพัฒนาทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ ควบคู่กับการส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการสร้างผลงานจากประสบการณ์จริง 4. พัฒนาครูและบุคลากรผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC และการนิเทศภายใน ให้ครูร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบกิจกรรม สังเกตการจัดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสะท้อนผล เพื่อนำข้อมูลกลับมาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน 5. ต่อยอดแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าและยั่งยืน โดยสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาองค์ความรู้จักสานไม้ไผ่ให้สามารถใช้ประโยชน์ในการจัดการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง 6. ต่อยอดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณภาพสถานศึกษา โดยใช้ข้อมูลจากการวัดและประเมินผล ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และผลการทดสอบระดับชาติเป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนพัฒนา ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาเชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ม.3 และ ม.6 ที่อยู่ในระดับสูงกว่าร้อยละ 70 ในปีการศึกษา พ.ศ. 2568 7. พัฒนาต่อยอดสู่นวัตกรรมสู่ Soft Power ของสถานศึกษาและชุมชน โดยนำองค์ความรู้ด้านจักสานไม้ไผ่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการนำเสนอ เพื่อสร้างทักษะการประกอบอาชีพ พร้อมเผยแพร่รูปแบบให้สถานศึกษาอื่นนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ต่อเนื่อง
การประยุกต์ใช้
1. ประยุกต์ใช้แหล่งเรียนรู้ “จักสานไม้ไผ่” ในการจัดการเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากบริบทจริงของชุมชน 2. ประยุกต์ใช้รูปแบบการบริหาร MUANGMAI MODEL - WORKS โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นแนวทางในการวางแผน ดำเนินงาน ติดตามประเมินผล และปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นระบบและต่อเนื่อง 3. ประยุกต์ใช้การลงมือปฏิบัติจริง ให้ผู้เรียนเรียนรู้ตั้งแต่การเตรียมวัสดุ เทคนิคการจักสาน การออกแบบลวดลายและผลิตภัณฑ์ จนสามารถสร้างผลงานได้ด้วยตนเอง ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ 4. ประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการกับสถานการณ์จริง เช่น การคำนวณต้นทุน การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และการนำเสนอผลงาน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพได้ 5. ประยุกต์ใช้การมีส่วนร่วมของชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำผู้รู้และทรัพยากรในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทำให้การเรียนรู้เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม 6. ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดสู่อาชีพ โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนนำทักษะการจักสานไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ และพัฒนาต่อยอดสู่ Soft Power ของชุมชน 7. ประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยให้ครูสามารถบูรณาการแหล่งเรียนรู้ “จักสานไม้ไผ่” กับการจัดการเรียนรู้หลายกลุ่มสาระใช้การประเมินผลและการพัฒนาโดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เพื่อนำผลไปปรับปรุงการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบและการถอดบทเรียน

ผลของการยกระดับคุณภาพ
1. ผู้เรียนมีทักษะที่หลากหลายและเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้ง ทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ ผ่านการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างสรรค์ผลงานได้จริง ครูและสถานศึกษามีระบบการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและต่อเนื่อง 2. ครูสามารถบูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นเข้าสู่การจัดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ โดยใช้รูปแบบบริหาร MUANGMAI MODEL-WORKS และวงจรคุณภาพ PDCA ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเกิดนวัตกรรมทางการศึกษา 3. ชุมชนมีส่วนร่วมและเกิดการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ Soft Power โรงเรียน ชุมชน ปราชญ์ท้องถิ่น และผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียน เกิดการสืบสานภูมิปัญญาและงานจักสานไม้ไผ่ให้คงอยู่ พร้อมต่อยอดเป็น ผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ที่สร้างคุณค่าและมูลค่า สามารถพัฒนาอัตลักษณ์ของท้องถิ่นสู่ Soft Power ได้อย่างยั่งยืน
การถอดบทเรียน
1. การมีส่วนร่วมคือ หัวใจของความสำเร็จเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และปราชญ์ท้องถิ่น ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และร่วมประเมินผล ทำให้การดำเนินงานเกิดความร่วมมือและเป็นเจ้าของร่วมกัน 2. การใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นช่วยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริง การนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น โดยเฉพาะ การจักสานไม้ไผ่ มาบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ พร้อมเห็นคุณค่าของชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น 3. การพัฒนาอย่างเป็นระบบด้วย MUANGMAI MODEL-WORKS โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ทำให้เกิดความยั่งยืน การวางแผน ดำเนินงาน ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถนำผลการดำเนินงานมาพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และต่อยอดจากกิจกรรมการเรียนรู้ไปสู่นวัตกรรมและ Soft Power ของท้องถิ่น ได้อย่างเป็นรูปธรรม
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
1. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูและบุคลากรทางการศึกษาครูร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการจัดการเรียนรู้ และเทคนิคการนำแหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีมาบูรณาการกับรายวิชา ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ 2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน ชุมชน และปราชญ์ท้องถิ่น มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาและการจักสานไม้ไผ่ระหว่างปราชญ์ชุมชน ครู และนักเรียน ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และสามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาได้อย่างเหมาะสม 3. เผยแพร่และต่อยอดองค์ความรู้สู่นวัตกรรมสู่ Soft Power นำผลการดำเนินงาน ผลงานนักเรียน และแนวปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จมาเผยแพร่ผ่านการนำเสนอผลงาน นิทรรศการ และสื่อดิจิทัล เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเครือข่ายทางการศึกษา และนำข้อเสนอแนะมาพัฒนางานให้เกิดความต่อเนื่อง

ปัญหาและอุปสรรค

ด้านการดำเนินงาน — ปัญหา
1. แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา “จักสานไม้ไผ่” ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นจริงค่อนข้างจำกัด และยังไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้กับหลักสูตรได้อย่างเต็มศักยภาพ 2. ผู้เรียนยังต้องได้รับการส่งเสริมให้สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการกับสถานการณ์จริง โดยเฉพาะทักษะการปฏิบัติ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหา ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในอนาคตและต่อยอดสู่การสร้างรายได้หรืออาชีพได้
ด้านการดำเนินงาน — อุปสรรค
1. ครูและบุคลากรมีภาระงานหลายด้าน ทำให้การจัดกิจกรรมจักสานไม้ไผ่และการบูรณาการเข้ากับการเรียนรู้ต้องใช้เวลาในการวางแผนและประสานงานเพิ่มเติม 2. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ และองค์ความรู้เฉพาะทางจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากปราชญ์ชาวบ้านและชุมชน เพื่อถ่ายทอดทักษะและจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง
ด้านงบประมาณ — ปัญหา
1. งบประมาณสำหรับจัดกิจกรรมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ “จักสานไม้ไผ่” มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้การจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำได้ไม่เต็มที่ 2. การจัดกิจกรรมต้องใช้งบประมาณสำหรับวัสดุและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่า และอาศัยความร่วมมือจากชุมชนและภาคีเครือข่ายในการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติม
ด้านงบประมาณ — อุปสรรค
1. งบประมาณสำหรับจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และดำเนินกิจกรรมจักสานไม้ไผ่มีจำกัด จึงต้องบริหารจัดสรรงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและเหมาะสมกับกิจกรรม 2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม เช่น วัสดุในการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ และการเผยแพร่ผลงาน ทำให้การพัฒนาต่อยอดดำเนินการได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ปัจจัยความสำเร็จและประโยชน์สาธารณะ

ปัจจัยความสำเร็จ
1. การมีส่วนร่วมและความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน ชุมชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันวางแผน ดำเนินงาน สนับสนุน และประเมินผล ทำให้การดำเนินงานเกิดความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม 2. การใช้ MUANGMAI MODEL-WORKS โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นกรอบในการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผน การปฏิบัติ การติดตามประเมินผล และการปรับปรุงพัฒนา ส่งผลให้การนำ “จักสานไม้ไผ่” มาใช้ในการจัดการเรียนรู้สามารถพัฒนาทักษะของผู้เรียนและต่อยอดสู่อาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์สาธารณะที่ได้รับ
1. ชุมชนเกิดการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการจักสานไม้ไผ่ โดยนำองค์ความรู้ท้องถิ่นมาถ่ายทอดสู่ผู้เรียน ช่วยรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนไม่ให้สูญหาย 2. เกิดการพัฒนาทักษะและโอกาสทางอาชีพแก่ผู้เรียนและชุมชน สามารถนำการจักสานไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ และต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ Soft Power ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาว

การอ้างอิงผลงานนี้

คัดลอกได้เลย
APA 7th Edition (ปรับสำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์)
ลิงก์โดยตรง

ผลงานที่เกี่ยวข้อง

“จากจินตนาการสู่งานผ้าปักม้ง : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ศิลปะด้วย BSDPE Model เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนโรงเรียนบ้านแกงหอม สาขาบ้านม้ง”
ศธจ.แม่ฮ่องสอน · อุบลวรรณ ปวงฟู
“จากจินตนาการสู่งานผ้าปักม้ง : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ศิลปะด้วย BSDPE Model เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนโรงเรียนบ้านแกงหอม สาขาบ้านม้ง”
ศธจ.แม่ฮ่องสอน · อุบลวรรณ ปวงฟู
การพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลด้วย PSN ON TIME เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ พร้อมขับเคลื่อน Soft Power ของบุคลากรโรงเรียนบ้านปงสนุก จังหวัดลำปาง
ศธจ.ลำปาง · ชลันดา นิลสนธิ
รักถิ่นฐานผูกพันบ้านเกิด บูรณาการหลักสูตรท้องถิ่น “ล่องน้ำคอง ส่องธรรมชาติ” ในรูปแบบยุวมัคคุเทศก์
ศธจ.เชียงใหม่ · รัฐพล อินไชสา

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!